Tatee story
  • Home
  • แม่และเด็ก
    • ของใช้แม่และเด็ก
    • พัฒนาการเด็ก
    • การเลี้ยงลูก
  • โปรโมชั่น
  • Tatee ออนทัวร์
  • Tatee พากิน
  • Tatee รีวิว
  • ติดต่อเรา
Home » แม่และเด็ก » ทำไม ลูกฉีกหนังสือ? และแม่อย่างเราจัดการอย่างไรดี?

ทำไม ลูกฉีกหนังสือ? และแม่อย่างเราจัดการอย่างไรดี?

สวัสดีคุณแม่ ๆ ทุกคน! หม่ามี๊มิ้วเอง วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ตรงเรื่อง ลูกฉีกหนังสือ ที่เชื่อว่าคุณแม่หลายคนคงเคยเจอ ลูกแฝดของหม่ามี๊มิ้วก็ชอบอ่านหนังสือมาก แต่พออายุได้ขวบกว่าก็เริ่มฉีกหนังสือซะงั้น! แรกๆ ก็ตกใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกถึงชอบ ฉีกหนังสือ และจะ จัดการอย่างไร ดี

ทำความเข้าใจ: ทำไมลูกน้อยถึงชอบ ฉีกหนังสือ?

ก่อนอื่น หม่ามี๊อยากให้คุณแม่ใจเย็น เพราะพฤติกรรมการ ฉีกหนังสือ ไม่ได้แปลว่าลูกไม่รักหนังสือ จากประสบการณ์ที่ปรึกษาคุณหมอ สังเกตลูก และหาข้อมูล สรุปได้ว่ามีหลายสาเหตุ:

  • พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก: วัยขวบกว่าคือช่วงที่กล้ามเนื้อมัดเล็กกำลังพัฒนา การฉีกกระดาษคือการฝึกใช้มือและนิ้ว รวมถึงการประสานงานระหว่างตาและมือ ลูกได้เรียนรู้เรื่องแรงและการกระทำ
  • การสำรวจและเรียนรู้: ลูกกำลังเรียนรู้คุณสมบัติของสิ่งของ การฉีกทำให้เขารู้ว่ากระดาษฉีกได้ มีเสียง มีรอยขาด เป็นการทดลองเรียนรู้ด้วยตัวเอง
  • การเรียกร้องความสนใจ: บางครั้งลูกอาจอยากให้เราสนใจ เมื่อฉีกหนังสือเรามักรีบเข้าไปหา ทำให้ลูกเรียนรู้ว่าวิธีนี้ดึงดูดความสนใจได้
  • ความเบื่อหน่ายหรือหงุดหงิด: ถ้าลูกเบื่อ ไม่มีอะไรเล่น หรือหงุดหงิด การฉีกหนังสือก็อาจเป็นวิธีระบายอารมณ์อย่างหนึ่ง
  • เลียนแบบพฤติกรรม: เป็นไปได้ว่าลูกอาจเคยเห็นใครฉีกกระดาษ เด็กวัยนี้มักเลียนแบบพฤติกรรมที่เราทำ

จากประสบการณ์ตรงของหม่ามี๊มิ้ว ลูกแฝดเริ่มมีพฤติกรรม ลูกชอบฉีกหนังสือ ทำยังไงดี หม่ามี๊ไม่ได้ดุหรือตี เพราะเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการ จึงหาวิธีที่เหมาะสมในการ สอนลูกไม่ให้ฉีกหนังสือ ซึ่งได้ผลดีเกินคาด


ทำไมลูกฉีกหนังสือ

ลูกฉีกหนังสือ จัดการอย่างไร? 3 วิธีที่หม่ามี๊มิ้วใช้แล้วเวิร์ก!

เมื่อเข้าใจแล้วว่าทำไมลูกถึงฉีกหนังสือ ทีนี้เรามาดูกันว่าเราจะ จัดการอย่างไร กับพฤติกรรมนี้ หม่ามี๊ขอแชร์ 3 วิธีที่ใช้กับลูกแฝดและได้ผลจริง:

1. เปลี่ยนมาใช้ “หนังสือที่แข็งแรงกว่า”

ช่วงที่ลูกแฝดเริ่มฉีกหนังสือ หม่ามี๊ได้คำแนะนำจากคุณหมอให้เปลี่ยนมาใช้หนังสือที่ทนทานมากขึ้น:

  • หนังสือปกแข็ง (Board Books): ทำจากกระดาษแข็งทนทาน ยากต่อการฉีกขาด ลูกสามารถเปิดปิดได้เอง และกัดได้บ้างโดยไม่พัง เหมาะสำหรับเด็กเล็กที่กำลังเรียนรู้การจับ ถือ และเปิดหนังสือ
  • หนังสือผ้า/ยาง (Cloth Books/Teething Books): ออกแบบมาเพื่อเด็กเล็กโดยเฉพาะ ทนทานต่อการดึง กัด หรือโยน ทำจากวัสดุที่นิ่มและปลอดภัย ล้างทำความสะอาดง่าย

พอเปลี่ยนมาใช้หนังสือประเภทนี้ ปัญหา ลูกฉีกหนังสือ ก็ลดลงไปได้เยอะ เพราะเขาไม่สามารถฉีกได้ง่ายเหมือนหนังสือกระดาษทั่วไป ทำให้เรามีเวลาสอนและเปลี่ยนพฤติกรรมเขาได้มากขึ้น

2. เมื่อหนังสือขาด “ช่วยกันซ่อม” และ “สอน” ไปด้วยกัน

แน่นอนว่าถึงแม้จะใช้หนังสือที่ทนทานแล้ว ก็ยังอาจมีบางเล่มที่ลูกเผลอทำขาด หม่ามี๊จะใช้วิธีนี้:

  • ไม่โกรธ ไม่ดุ แต่สอน: เมื่อเห็นหนังสือขาด หม่ามี๊จะไม่ดุหรือแสดงท่าทีโกรธ แต่จะเข้าไปหาลูกทันที ชี้ให้ดูรอยขาด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่จริงจังว่า “โอ้โห! หนังสือขาดแล้วนะลูก…แบบนี้ไม่ดีเลย”
  • ชวน “ช่วยกันซ่อม”: จากนั้นจะชวนลูกมาช่วยกันซ่อม โดยเตรียมเทปใสหรือกาวสำหรับซ่อมกระดาษ หม่ามี๊จะสาธิตการติดเทปหรือทากาว แล้วชวนลูกลองทำตาม พร้อมพูดว่า “เห็นไหมลูก? ถ้าหนังสือขาด เราก็ซ่อมได้นะ แต่ต้องระวังมากขึ้นจะได้ไม่ขาดอีก”
  • ย้ำเตือนเรื่องการระมัดระวัง: การซ่อมหนังสือร่วมกันเป็นการสอนให้ลูกเข้าใจถึงผลของการกระทำ และสอนให้รู้จักคุณค่าของสิ่งของ การดูแลรักษา รวมถึงความรับผิดชอบ การที่ลูกได้เห็นและมีส่วนร่วมในการซ่อมแซม จะช่วยให้เขาเข้าใจว่าการฉีกเป็นการทำลาย และการรักษาสิ่งของเป็นสิ่งที่ดีกว่า

วิธีนี้หม่ามี๊ใช้บ่อย และลูกแฝดก็เริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าหนังสือมีค่าและควรดูแลรักษาอย่างระมัดระวัง

3. หากิจกรรม “ศิลปะอื่นๆ” เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่แทน

การฉีกกระดาษเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากล้ามเนื้อ เราสามารถหาสิ่งอื่นมาทดแทนได้ แทนที่จะให้ลูกมา ฉีกหนังสือ เราก็หากิจกรรมอื่นที่ส่งเสริมการพัฒนากล้ามเนื้อและให้ลูกได้ปลดปล่อยพลังงานสร้างสรรค์อย่างถูกทาง:

  • ฉีกกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว: จัดหากระดาษที่ไม่ใช้แล้ว เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์เก่า กระดาษ A4 ที่ใช้ไปแล้ว มาให้ลูกฉีกเล่นได้อย่างอิสระ
  • ขยำกระดาษ: ชวนลูกขยำกระดาษเป็นลูกบอลเล็กๆ แล้วเอาไปโยนใส่ตะกร้า
  • ปั้นดินน้ำมัน/แป้งโดว์: เป็นกิจกรรมที่ยอดเยี่ยมในการพัฒนากล้ามเนื้อมือและนิ้วมือ ลูกจะได้บีบ ขยำ นวด คลึง
  • ระบายสี/วาดรูป: การจับดินสอ สีเทียน หรือพู่กัน ก็ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและประสานงานระหว่างมือกับตา
  • ร้อยลูกปัด/ร้อยเชือก: สำหรับเด็กโตขึ้นมาหน่อย กิจกรรมนี้ช่วยฝึกความละเอียดอ่อนของกล้ามเนื้อมือและสมาธิ
  • กิจกรรม Sensory Play: เช่น เล่นทราย เล่นน้ำ เล่นข้าวสารสี ให้ลูกได้สัมผัสและเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัส

การมีทางเลือกอื่นให้ลูกได้ปลดปล่อยพลังงานและพัฒนากล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม จะช่วยลดพฤติกรรมการ ฉีกหนังสือ ลงได้มาก


ข้อคิดจากหม่ามี๊มิ้ว: ความเข้าใจและการสร้างวินัยเชิงบวก

สรุปแล้ว การที่ ลูกฉีกหนังสือ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลจนเกินไป มันเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการที่ลูกกำลังเรียนรู้และสำรวจโลก สิ่งสำคัญคือการที่เราเข้าใจสาเหตุ และหาแนวทางในการ จัดการอย่างไร ให้เหมาะสม

จากประสบการณ์ของหม่ามี๊มิ้ว การสื่อสารกับลูกด้วยความเข้าใจ การสอนอย่างใจเย็น และการสร้างวินัยเชิงบวก คือหัวใจสำคัญ เราไม่จำเป็นต้องดุหรือตีลูก แต่เราสามารถสอนเขาได้ด้วยความรักและความเข้าใจ และเชื่อเถอะว่าลูกจะค่อยๆ เรียนรู้และมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นเอง หม่ามี๊เชื่อว่าคุณแม่เป็นแม่ธรรมดาคนหนึ่งที่พัฒนาตลอดเวลา เป็นแรงบันดาลใจให้ลูกได้เลี้ยงลูกอย่างธรรมชาติและเข้าใจ

สุดท้าย ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคน การเลี้ยงลูกเป็นการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันทั้งแม่และลูก หากคุณแม่มีคำถามหรืออยากปรึกษาเรื่องอื่น ก็ถามหม่ามี๊มิ้วมาได้ ยินดีแชร์ประสบการณ์


ติดตามความรู้ดีๆ เรื่องแม่ และ เด็ก ได้ที่ www.tateestory.com หรือ ติดตามผ่านช่องทางอื่นๆ ทั้ง Facebook, Youtube และ Instagram ได้ตามที่ด้านล่างนี้เลย

Tatee story

พัฒนาการเด็ก, แม่และเด็ก

เรื่องมาใหม่

  • มัทฉะโมจิไดอารี่ EP.27 กระพรุนเรืองแสง อุโมงค์ปลาฉลามยาวมากกก @ศรีราชา ชลบุรี

    มัทฉะโมจิไดอารี่ EP.27 กระพรุนเรืองแสง อุโมงค์ปลาฉลามยาวมากกก @ศรีราชา ชลบุรี

  • ทำไม ลูกฉีกหนังสือ? และแม่อย่างเราจัดการอย่างไรดี?

    ทำไม ลูกฉีกหนังสือ? และแม่อย่างเราจัดการอย่างไรดี?

  • วิธีเลือกสายไฟบ้าน ยี่ห้อไหนดีนะ

    วิธีเลือกสายไฟบ้าน ยี่ห้อไหนดีนะ

Facebook

Youtube


Home
Tatee Story
โปรโมชั่น
Tatee ออนทัวร์
Tatee พากิน
Tatee รีวิว
ติดต่อเรา

© copyright 2023