สวัสดีคุณแม่ ๆ ทุกคน! หม่ามี๊มิ้วเอง วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ตรงเรื่อง ลูกฉีกหนังสือ ที่เชื่อว่าคุณแม่หลายคนคงเคยเจอ ลูกแฝดของหม่ามี๊มิ้วก็ชอบอ่านหนังสือมาก แต่พออายุได้ขวบกว่าก็เริ่มฉีกหนังสือซะงั้น! แรกๆ ก็ตกใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกถึงชอบ ฉีกหนังสือ และจะ จัดการอย่างไร ดี
ทำความเข้าใจ: ทำไมลูกน้อยถึงชอบ ฉีกหนังสือ?
ก่อนอื่น หม่ามี๊อยากให้คุณแม่ใจเย็น เพราะพฤติกรรมการ ฉีกหนังสือ ไม่ได้แปลว่าลูกไม่รักหนังสือ จากประสบการณ์ที่ปรึกษาคุณหมอ สังเกตลูก และหาข้อมูล สรุปได้ว่ามีหลายสาเหตุ:
- พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก: วัยขวบกว่าคือช่วงที่กล้ามเนื้อมัดเล็กกำลังพัฒนา การฉีกกระดาษคือการฝึกใช้มือและนิ้ว รวมถึงการประสานงานระหว่างตาและมือ ลูกได้เรียนรู้เรื่องแรงและการกระทำ
- การสำรวจและเรียนรู้: ลูกกำลังเรียนรู้คุณสมบัติของสิ่งของ การฉีกทำให้เขารู้ว่ากระดาษฉีกได้ มีเสียง มีรอยขาด เป็นการทดลองเรียนรู้ด้วยตัวเอง
- การเรียกร้องความสนใจ: บางครั้งลูกอาจอยากให้เราสนใจ เมื่อฉีกหนังสือเรามักรีบเข้าไปหา ทำให้ลูกเรียนรู้ว่าวิธีนี้ดึงดูดความสนใจได้
- ความเบื่อหน่ายหรือหงุดหงิด: ถ้าลูกเบื่อ ไม่มีอะไรเล่น หรือหงุดหงิด การฉีกหนังสือก็อาจเป็นวิธีระบายอารมณ์อย่างหนึ่ง
- เลียนแบบพฤติกรรม: เป็นไปได้ว่าลูกอาจเคยเห็นใครฉีกกระดาษ เด็กวัยนี้มักเลียนแบบพฤติกรรมที่เราทำ
จากประสบการณ์ตรงของหม่ามี๊มิ้ว ลูกแฝดเริ่มมีพฤติกรรม ลูกชอบฉีกหนังสือ ทำยังไงดี หม่ามี๊ไม่ได้ดุหรือตี เพราะเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการ จึงหาวิธีที่เหมาะสมในการ สอนลูกไม่ให้ฉีกหนังสือ ซึ่งได้ผลดีเกินคาด

ลูกฉีกหนังสือ จัดการอย่างไร? 3 วิธีที่หม่ามี๊มิ้วใช้แล้วเวิร์ก!
เมื่อเข้าใจแล้วว่าทำไมลูกถึงฉีกหนังสือ ทีนี้เรามาดูกันว่าเราจะ จัดการอย่างไร กับพฤติกรรมนี้ หม่ามี๊ขอแชร์ 3 วิธีที่ใช้กับลูกแฝดและได้ผลจริง:
1. เปลี่ยนมาใช้ “หนังสือที่แข็งแรงกว่า”
ช่วงที่ลูกแฝดเริ่มฉีกหนังสือ หม่ามี๊ได้คำแนะนำจากคุณหมอให้เปลี่ยนมาใช้หนังสือที่ทนทานมากขึ้น:
- หนังสือปกแข็ง (Board Books): ทำจากกระดาษแข็งทนทาน ยากต่อการฉีกขาด ลูกสามารถเปิดปิดได้เอง และกัดได้บ้างโดยไม่พัง เหมาะสำหรับเด็กเล็กที่กำลังเรียนรู้การจับ ถือ และเปิดหนังสือ
- หนังสือผ้า/ยาง (Cloth Books/Teething Books): ออกแบบมาเพื่อเด็กเล็กโดยเฉพาะ ทนทานต่อการดึง กัด หรือโยน ทำจากวัสดุที่นิ่มและปลอดภัย ล้างทำความสะอาดง่าย
พอเปลี่ยนมาใช้หนังสือประเภทนี้ ปัญหา ลูกฉีกหนังสือ ก็ลดลงไปได้เยอะ เพราะเขาไม่สามารถฉีกได้ง่ายเหมือนหนังสือกระดาษทั่วไป ทำให้เรามีเวลาสอนและเปลี่ยนพฤติกรรมเขาได้มากขึ้น
2. เมื่อหนังสือขาด “ช่วยกันซ่อม” และ “สอน” ไปด้วยกัน
แน่นอนว่าถึงแม้จะใช้หนังสือที่ทนทานแล้ว ก็ยังอาจมีบางเล่มที่ลูกเผลอทำขาด หม่ามี๊จะใช้วิธีนี้:
- ไม่โกรธ ไม่ดุ แต่สอน: เมื่อเห็นหนังสือขาด หม่ามี๊จะไม่ดุหรือแสดงท่าทีโกรธ แต่จะเข้าไปหาลูกทันที ชี้ให้ดูรอยขาด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่จริงจังว่า “โอ้โห! หนังสือขาดแล้วนะลูก…แบบนี้ไม่ดีเลย”
- ชวน “ช่วยกันซ่อม”: จากนั้นจะชวนลูกมาช่วยกันซ่อม โดยเตรียมเทปใสหรือกาวสำหรับซ่อมกระดาษ หม่ามี๊จะสาธิตการติดเทปหรือทากาว แล้วชวนลูกลองทำตาม พร้อมพูดว่า “เห็นไหมลูก? ถ้าหนังสือขาด เราก็ซ่อมได้นะ แต่ต้องระวังมากขึ้นจะได้ไม่ขาดอีก”
- ย้ำเตือนเรื่องการระมัดระวัง: การซ่อมหนังสือร่วมกันเป็นการสอนให้ลูกเข้าใจถึงผลของการกระทำ และสอนให้รู้จักคุณค่าของสิ่งของ การดูแลรักษา รวมถึงความรับผิดชอบ การที่ลูกได้เห็นและมีส่วนร่วมในการซ่อมแซม จะช่วยให้เขาเข้าใจว่าการฉีกเป็นการทำลาย และการรักษาสิ่งของเป็นสิ่งที่ดีกว่า
วิธีนี้หม่ามี๊ใช้บ่อย และลูกแฝดก็เริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าหนังสือมีค่าและควรดูแลรักษาอย่างระมัดระวัง
3. หากิจกรรม “ศิลปะอื่นๆ” เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่แทน
การฉีกกระดาษเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากล้ามเนื้อ เราสามารถหาสิ่งอื่นมาทดแทนได้ แทนที่จะให้ลูกมา ฉีกหนังสือ เราก็หากิจกรรมอื่นที่ส่งเสริมการพัฒนากล้ามเนื้อและให้ลูกได้ปลดปล่อยพลังงานสร้างสรรค์อย่างถูกทาง:
- ฉีกกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว: จัดหากระดาษที่ไม่ใช้แล้ว เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์เก่า กระดาษ A4 ที่ใช้ไปแล้ว มาให้ลูกฉีกเล่นได้อย่างอิสระ
- ขยำกระดาษ: ชวนลูกขยำกระดาษเป็นลูกบอลเล็กๆ แล้วเอาไปโยนใส่ตะกร้า
- ปั้นดินน้ำมัน/แป้งโดว์: เป็นกิจกรรมที่ยอดเยี่ยมในการพัฒนากล้ามเนื้อมือและนิ้วมือ ลูกจะได้บีบ ขยำ นวด คลึง
- ระบายสี/วาดรูป: การจับดินสอ สีเทียน หรือพู่กัน ก็ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและประสานงานระหว่างมือกับตา
- ร้อยลูกปัด/ร้อยเชือก: สำหรับเด็กโตขึ้นมาหน่อย กิจกรรมนี้ช่วยฝึกความละเอียดอ่อนของกล้ามเนื้อมือและสมาธิ
- กิจกรรม Sensory Play: เช่น เล่นทราย เล่นน้ำ เล่นข้าวสารสี ให้ลูกได้สัมผัสและเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัส
การมีทางเลือกอื่นให้ลูกได้ปลดปล่อยพลังงานและพัฒนากล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม จะช่วยลดพฤติกรรมการ ฉีกหนังสือ ลงได้มาก
ข้อคิดจากหม่ามี๊มิ้ว: ความเข้าใจและการสร้างวินัยเชิงบวก
สรุปแล้ว การที่ ลูกฉีกหนังสือ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลจนเกินไป มันเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการที่ลูกกำลังเรียนรู้และสำรวจโลก สิ่งสำคัญคือการที่เราเข้าใจสาเหตุ และหาแนวทางในการ จัดการอย่างไร ให้เหมาะสม
จากประสบการณ์ของหม่ามี๊มิ้ว การสื่อสารกับลูกด้วยความเข้าใจ การสอนอย่างใจเย็น และการสร้างวินัยเชิงบวก คือหัวใจสำคัญ เราไม่จำเป็นต้องดุหรือตีลูก แต่เราสามารถสอนเขาได้ด้วยความรักและความเข้าใจ และเชื่อเถอะว่าลูกจะค่อยๆ เรียนรู้และมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นเอง หม่ามี๊เชื่อว่าคุณแม่เป็นแม่ธรรมดาคนหนึ่งที่พัฒนาตลอดเวลา เป็นแรงบันดาลใจให้ลูกได้เลี้ยงลูกอย่างธรรมชาติและเข้าใจ
สุดท้าย ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคน การเลี้ยงลูกเป็นการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันทั้งแม่และลูก หากคุณแม่มีคำถามหรืออยากปรึกษาเรื่องอื่น ก็ถามหม่ามี๊มิ้วมาได้ ยินดีแชร์ประสบการณ์
ติดตามความรู้ดีๆ เรื่องแม่ และ เด็ก ได้ที่ www.tateestory.com หรือ ติดตามผ่านช่องทางอื่นๆ ทั้ง Facebook, Youtube และ Instagram ได้ตามที่ด้านล่างนี้เลย



